ตายแล้ว! ยอดทนายทำไทยเสียเขาพระวิหาร  
รักหนัง รักเพลง นวนิยาย เกมส์ ละครเกาหลี ดาราเกาหลี ละครญี่ปุ่น ดาราญี่ปุ่น ละครจีน ดาราจีน การ์ตูน

ตายแล้ว! ยอดทนายทำไทยเสียเขาพระวิหาร [18-04-2008]

Home > hotnews > ไลฟสไตล์ > โลกออนไลน์ > ตายแล้ว! ยอดทนายทำไทยเสียเขาพระวิหาร

บรรยากาศการไต่สวนกรณีพิพาทชายแดนด้านเขาพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชา ณ ศาลระหว่างประเทศกรุงเฮก เนเธอร์แลนด์เมื่อ 50 ปีก่อน
       
ผู้จัดการออนไลน์-- นายไบรซ์ คลาเก็ต นักกฎหมายผู้มีความเชี่ยวชาญพิเศษเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ และ เคยช่วยให้กัมพูชามีชัยชนะเหนือประเทศไทยในกรณีพิพาทเขาพระวิหารเมื่อปี 2505 ได้ถึงแก่กรรมวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ชาวกัมพูชาจำนวนมากแสดงความโศกเศร้าอาลัย
       
       ไบรซ์ แม็คอาดู คลาเก็ต (Brice McAdoo Clagett) ถึงแก่กรรม ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ด้วยอายุ 74 ปี เนื่องจากหัวใจวายเฉียบพลัน หลังประกอบอาชีพทนายความกับสำนักงานกฎหมายคัฟเวอร์ตันและเบอร์ลิ่ง (Coverton and Burling) มาเป็นเวลา 4 ทศวรรษ

ไบรซ์ คลาเก็ต ทนายผู้แทรกเข้ามาในความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

       คลาเก็ตมีความเชี่ยวชาญหลายด้าน รวมทั้งกฎหมายเอกชนและกฎหมายระหว่างประเทศ การอ้างสิทธิระหว่างประเทศ การรอมชอมระหว่างประเทศ เขตน่านน้ำแดนดินระหว่างประเทศ กฎหมายเกี่ยวกับการขนส่งและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกฎหมายอิสลามของบรรดาประเทศตะวันออกกลางด้วย
       
       ในปี 2504 นายดีน อาชีสัน (Dean Archeson) อดีตรัฐมนตรีต่างประทศสหรัฐฯ ได้ขอร้องให้คลาเก็ตเป็นที่ปรึกษาของคณะผู้แทนรัฐบาลกัมพูชาในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก ในกรีพิพาทกับราชอาณาจักรไทยเกี่ยวกับเขตแดนด้านเขาพระวิหาร
       
       แต่รัฐบาลของเจ้าสีหนุนายกรัฐมนตรีขณะนั้นได้แต่งตั้งนายอาชีสันเป็นประธานคณะผู้แทน ส่วนคลาเก็ตเป็นหัวหน้าคณะในการว่าความ จนสามารถทำให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชาไป ขณะที่ชายแดนส่วนใหญ่ระหว่างสองประเทศยังคงเป็นกรณีพิพาทต่อมาจนทุกวันนี้
       
       เวลาต่อมาคลาเก็ตผ่านการต่อสู้อีกหลายกรณี รวมทั้งกรณีพิพาทระหว่างรัฐบาลแห่งรัฐกับรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ เกี่ยวกับสิทธิเหนือทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งได้เป็นผู้แทนของรัฐบาลหลายประเทศในการเจรจาไกล่เกลี่ยหรือแก้ไขกรณีพิพาทต่างๆ
       
       เกิดในวอชังตันดีซี จบไฮสกูลจากเซนต์อัลบานส์ (St Albans) ในปี 2493 เรียนสำเร็จปริญญาตรีกฎหมายด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน มหาบัณฑิตนิติศาสตร์เกียรตินิยมสูงสุด (maxima cum laude) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
       
       ต่อมาคลาเก็ตได้รับทุนโรตารีไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัลลาฮาบัด (Allahabad) ประเทศอินเดีย
       
       เริ่มเข้าทำงานที่สำนักทนายความคัฟเวอร์ตันแอนด์เบอร์ลิง ปี 2501 และเป็นหุ้นส่วนในอีก 11 ปีต่อมาจนกระทั่งเกษียณเมื่อปี 2545
       
       ชาวกัมพูชาในสหรัฐฯ จำนวนไม่น้อยได้ไว้อาลัยให้แก่นายคลาเก็ตในฐานะมิตรแท้ของชาวเขมรในยามที่ต้องต่อสู้กับประเทศเพื่อนบ้านที่เข้มแข็งกว่าอย่างโดดเดี่ยว แต่บางคนก็กล่าวว่าสหรัฐฯ มุ่งหวังกอบโกยผลประโยชน์จากกัมพูชาเพียงแต่ว่ายังไม่มีโอกาส
       
       คลาเก็ตช่วยให้กัมพูชาได้ปราสาทพระวิหารไปครอบครอง แต่เพียง 2 ปีหลังจากนั้นรัฐบาลของเจ้าสีหนุได้เปลี่ยนแปลงนโยบายการต่างประเทศ และตีตนห่างเหินจากสหรัฐฯ เริ่มหันไปใกล้ชิดกับคอมมิวนิสต์ปักกิ่ง
       
       สหรัฐฯ ที่เคยหนุนหลังกัมพูชาในกรณีพิพาทเขาพระวิหารกลับถูกโดดเดี่ยว แล ะอีกไม่กี่ปีต่อมาก็ได้กลายมาเป็นมหามิตรของไทย ต่อสู้กับขบวนการคอมมิวนิสต์ในคาบสมุทรอินโดจีน
       
       วันนี้สหรัฐฯ เป็นประเทศหนึ่งที่สนับสนุนรัฐบาลกัมพูชาอย่างสุดตัวในการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ขณะที่กรณีพิพาทชายแดนกับไทยในอาณาบริเวณนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไข.

ข้อมูลจาก

http://www.manager.co.th


Click load data comment ...
ชื่อ รหัสผ่าน
Click load data editor comment ...